Lenka ออกอัลบั้มใหม่แล้ว The Bright Side ตกข่าวได้ไงเนี่ย !!!

08/07/2015

อัพเดทบล๊อกซักหน่อย…

11/09/2015

แปลความหมายเพลง Taylor Swift – Speak Now

12/08/2015
empty image
empty image
taylor-swift-now-cover

Taylor Swift – Speak Now

สำหรับเพลงนี้ เรื่องราวจะเกี่ยวกับการขัดขวางงานแต่ง ของผู้หญิงที่รักกับเจ้าบ่าว และเจ้าบ่าวถูกบังคับให้ไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่น ที่ไม่ได้รัก ฝ่ายหญิง(ที่ไม่ใช่เจ้าสาว) จะทำอย่างไร ??? ที่จะไปขัดขวางการแต่งงานครั้งนี้ได้ จะไปอาละวาดให้งานล่มเลยมั้ย? ไม่ได้ เพราะไม่ใช่คนแบบนั้น ก็เลยไปขัดขวางด้วยสันติวิธีคือ เวลาแต่งงานชาวคริสต์ จะมีช่วงหนึ่งที่บาทหลวงจะถามว่า มีใครจะคัดค้านการแต่งงานมั้ย ฝ่ายหญิงจึงลุกขึ้นคัดค้าน และผู้คนในงานก็เลยบอกให้พูดไปเลย มีอะไรก็พูดๆ ไปเลย … และสุดท้ายเจ้าบ่าวก็หนีออกมาหาหญิงที่รัก ส่วนบทสรุปสุดท้ายจะเป็นอย่างไรต่อ ก็ว่ากันต่อไป หรือว่าทั้งหมดจะเป็นเพียงแค่ “Daydream” หรือป่าว อันนี้ก็แล้วแต่ผู้ฟังจะคิดกันไปนะคร้าบ …

คำว่า “Speak Now” สิ่งที่อยากจะให้พูดไปเลยในเพลงจะหมายถึง ความในใจของฝ่ายหญิงที่อยากจะบอกฝ่ายชาย
คำว่า “Single vow” ในที่นี้ก็คือคำสาบานที่ว่า เจ้าบ่าวจะรับเจ้าสาวเป็นภรรยา และจะรักกันตลอดไป อะไรประมาณนี้

Title: Speak Now
Artist: Taylor Swift
Album: Speak Now
Year: 2010

I am not the kind of girl
Who should be rudely barging in on a white veil occasion
But you are not the kind of boy
Who should be marrying the wrong girl
ฉันไม่ใช่ผู้หญิง
ที่จะบุกไปอาละวาดในงานแต่ง
และคุณก็ไม่ใช่ผู้ชาย
ที่จะต้องไปแต่งงานกับผู้หญิงไม่ดีแบบนั้น

I sneak in and see your friends
And her snotty little family all dressed in pastel
And she is yelling at a bridesmaid
Somewhere back inside a room
Wearing a gown shaped like a pastry
ฉันแอบย่องเข้าไปหาเพื่อนๆ ของคุณ
และไปดูหน้าเจ้าสาวกับครอบครัวไร้มารยาทของหล่อน ดูสิใส่ชุดสีหวานเชียว
แล้วหล่อนก็ตะโกนหาเพื่อนเจ้าสาว
ซึ่งอยู่ที่ไหนซักแห่งในโบสถ์ (แสดงถึงการไม่มีมารยาท)
และยังใส่ชุดรูปทรงเหมือนขนมอบ

This is surely not what you thought it would be
I lose myself in a daydream
Where I stand and say
นี่คงไม่ใช่สิ่งที่คุณคิดไว้อย่างแน่นอน (เจ้าสาวแสนดี ในสุดแสนสวย)
ฉันแอบฝันกลางวันไปว่า
ฉันลุกขึ้นคัดค้านและพูดว่า …

Don’t say “Yes”, run away now
I’ll meet you when you’re out of the church at the back door
Don’t wait or say a single vow
You need to hear me out
And they said, “Speak now.”
อย่างเพิ่งตอบตอบตกลงนะ รีบหนีออกมาเร็ว
ฉันจะไปรอคุณที่ประตูหลังของโบสถ์ เมื่อคุณออกออกมา
อย่ารีรอ หรือไปสาบานรักกับยัยนั่น
คุณต้องฟังฉันพูด
และพวกเขาก็บอกให้ฉัน “พูดเลย”

Fond gestures are exchanged
And the organ starts to play
A song that sounds like a death march
And I am hiding in the curtains
It seems that I was uninvited by your lovely bride-to-be
บ่าวสาวแสดงความรักต่อกัน
และดนตรีก็เริ่มบรรเลง
เสียงเพลงที่บรรเลงราวกับเสียงแห่งความโศกเศร้า
ฉันต้องหนีไปแอบอยู่หลังผ้าม่าน
รู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญจากเจ้าสาวผู้น่ารักของคุณ : (

She floats down the aisle like a pageant queen
But I know you wish it was me,
You wish it was me,
Don’t you?
หล่อนค่อยๆ เดินอย่างก้าวราวกับราชินีผู้เลอโฉม
แต่ฉันรู้นะ ว่าคุณหวังให้คนที่อยู่ตรงนั้นเป็นฉัน
คุณอยากให้เป็นฉันมากกว่า ที่ใส่ชุดนั้น
ใช่มั้ยล่ะ ?

Don’t say “Yes”, run away now,
I’ll meet you when you’re out of the church at the back door.
Don’t wait or say a single vow,
You need to hear me out,
And they said, “Speak now.”
อย่างเพิ่งตอบตอบตกลงนะ รีบหนีออกมาเร็ว
ฉันจะไปรอคุณที่ประตูหลังของโบสถ์ เมื่อคุณออกออกมา
อย่ารีรอ หรือไปสาบานรักกับยัยนั่น
คุณต้องฟังฉันพูด
และพวกเขาก็บอกให้ฉัน “พูดเลย”

Don’t say “Yes”, run away now,
I’ll meet you when you’re out of the church at the back door.
Don’t wait or say a single vow,
Your time is running out,
And they said, “Speak now.”
อย่างเพิ่งตอบตอบตกลงนะ รีบหนีออกมาเร็ว
ฉันจะไปรอคุณที่ประตูหลังของโบสถ์ เมื่อคุณออกออกมา
อย่ารีรอ หรือไปสาบานรักกับยัยนั่น
เวลาของคุณใกล้จะหมดแล้ว
และพวกเขาก็บอกให้ฉัน “พูดเลย”

Oh, la, la
Oh, oh
Say a single vow

I hear the preacher say, “Speak now or forever hold your peace.”
There’s the silence, there’s my last chance.
I stand up with shaky hands, all eyes on me.
บาทหลวงบอกฉัน ให้พูดเลยตอนนี้ หรือไม่ก็เก็บมันไว้
ทั้งห้องเต็มไปด้วยความเงียบงัน นี่เป็นโอกาศสุดท้ายของฉันที่จะพูดมัน
ฉันลุกขึ้นยืนด้วยกายสั่นไหว ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่ฉัน

Horrified looks from everyone in the room
But I’m only looking at you.
สายตาทุกคู่จ้องมองมาที่ฉัน
แต่สายตาฉันมองเพียงคุณเท่านั้น
[เป็นท่อนที่ชอบมาก ><]

I am not the kind of girl
Who should be rudely barging in on a white veil occasion
But you are not the kind of boy
Who should be marrying the wrong girl
ฉันไม่ใช่ผู้หญิง
ที่จะบุกไปอาละวาดในงานแต่ง
และคุณก็ไม่ใช่ผู้ชาย
ที่จะต้องไปแต่งงานกับผู้หญิงไม่ดีแบบนั้น

So, don’t say “Yes”, run away now,
I’ll meet you when you’re out of the church at the back door.
Don’t wait or say a single vow,
You need to hear me out,
And they said, “Speak now.”
ฉะนั้น อย่าเพิ่งตอบตกลงปลงใจ รีบหนีออกมาเดี๋ยวนี้
ฉันจะไปรอคุณที่ประตูหลังของโบสถ์ เมื่อคุณออกออกมา
อย่ารีรอ ไม่ต้องมาพูดคำหวาน
คุณต้องฟังฉันพูดบ้าง
และพวกเขาก็บอกให้ฉัน “พูดเลย”

And you say, “Let’s run away now,
I’ll meet you when I’m out of my tux at the back door.
Baby, I didn’t say my vows,
So glad you were around
When they said, “Speak now.”
แล้วคุณก็ชวนฉันให้หนีไปด้วยกันเดี๋ยวนี้
ผมจะไปพบคุณที่ประตูหลังของโบสถ์ เมื่อผมถอดชุดเจ้าบ่าวนี้ออกซะก่อน
ที่รัก ผมยังไม่ได้พูดคำปฏิญาณนั้นเลย
เมื่อผมได้ยินพวกเขาบอกว่า “พูดเลย”
ผมดีใจมากที่เป็นคุณ ที่คัดค้าน ดีใจที่คุณมาอยู่ตรงนี้

จริงๆ เริ่มเขียนบทความนี้นานมากแล้วนะ เกือบเดือนเลยมั้ง กว่าจะเสร็จก็ล่วงเลยมาจนวันนี้ ซึ่งเป็นวันแม่แห่งชาติ ก็ … สุขสันต์วันแม่นะคร้าบ ขอให้ทำดีเพื่อแม่ ดูแลแม่ต่อไปในทุกๆ วัน รักแม่นะครับ : )

ศัพท์

Death March : เปรียบเปรย ถ้าออกจากคุกนี้ก็เหมือนออกไปตาย เปรียบได้ว่า ถ้างานแต่งงานจบลง คุณก็ได้เป็นสามีภรรยากัน ฉันออกจากงานไปก็เหมือนตาย อดหมดหวังที่จะได้คุณมาครอบครอง …
pastel คือการเอาสีขาวมาผสมกับสีเดิม ทำให้ความเข้มของสีลดลง ทำให้ได้สีอมขาว ดูนุ่มนวลขึ้น
hold your peace = be silent : เงียบไปซะ
tux = tuxedo : ชุดเจ้าบ่าว ที่เป็นชุดสูท ผูกไท้ที่เห็นได้บ่อยๆ ในงานต่างๆ

Ref.
http://www.azlyrics.com/lyrics/taylorswift/speaknow.html